Mitr Phol Group Sustainability

Edit Template

ผู้มีส่วนได้เสียหลัก: ผู้ถือหุ้น, เกษตรกร, ลูกค้าและผู้บริโภค, ภาครัฐและองค์กรภาคประชาสังคม

มิตรผลเป็นองค์กรที่อยู่ในภาคเกษตรอุตสาหกรรมที่พึ่งพิงผลผลิตทางการเกษตรเพื่อเป็นวัตถุดิบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “อ้อย” ดังนั้นการจัดการไร่อ้อยจึงเป็นสิ่งที่สำคัญเพื่อให้มีผลผลิตที่เพียงพอและมีคุณภาพ ควบคู่กับการสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้แก่เกษตรกร ด้วยเหตุนี้บริษัทจึงนำรูปแบบการจัดการไร่อ้อยแบบสมัยใหม่เข้ามาประยุกต์ใช้ เรียกว่า “มิตรผลโมเดิร์นฟาร์ม (Mitr Phol ModernFarm)” เพื่อส่งเสริมการทำเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และลดผลกระทบเชิงลบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างโอกาสเข้าถึงแหล่งทุน องค์ความรู้ พันธุ์อ้อย และเทคโนโลยี ตลอดจนรักษาทรัพยากรธรรมชาติและพัฒนาทักษะบุคลากรให้สามารถจัดการไร่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เป้าหมายและผลการดำเนินงานของปี พ.ศ.2568

ตัวชี้วัด
เป้าหมาย
ผลการดำเนินงาน
พื้นที่ได้รับรองมาตรฐานการผลิตอ้อยอย่างยั่งยืน
เป้าหมายระยะสั้น:
1,000,000 ไร่ ภายในปี พ.ศ. 2567/68
พ.ศ. 2567/68
เกิดขึ้นจริง 1,00,506 ไร่
เป้าหมายระยะยาว:
1,100,000 ไร่ ภายในปี พ.ศ.2573/74
การส่งเสริมการปลูกอ้อยตามหลักมิตรผลโมเดิร์นฟาร์ม
733,000 ไร่ ภายในปี พ.ศ.2567/68
พ.ศ. 2567/68
เกิดขึ้นจริง 701,445 ไร่
การพัฒนาพื้นที่ชลประทานสะสมในพื้นที่ส่งเสริมการปลูกอ้อย
1,376,000 ไร่ ภายในปี พ.ศ.2568/69
บรรลุตามเป้าหมาย
ร้อยละ 100

แนวทางการบริหารจัดการ

มิตรผลมุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลอย่างยั่งยืน ด้วยการสนับสนุนการทำไร่อ้อยตามหลักมิตรผลโมเดิร์นฟาร์ม พร้อมทั้งนำเทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ และส่งเสริมการพัฒนาทักษะความรู้ของบุคลากรมิตรผลผ่าน Mitr Phol ModernFarm Academy (MFA) เพื่อให้สามารถส่งต่อองค์ความรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งผลักดันให้ชาวไร่อ้อยเข้าร่วมการรับรองมาตรฐานสากลในการผลิตอ้อยอย่างยั่งยืนเพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการผลิตอ้อยและน้ำตาลมีความโปร่งใสและยั่งยืนในทุกขั้นตอน

มิตรผลโมเดิร์นฟาร์ม (Mitr Phol ModernFarm)

จากแนวความคิด “ร่วมอยู่ ร่วมเจริญ” ของกลุ่มมิตรผล ทำให้บริษัทนำการจัดการไร่อ้อยแบบสมัยใหม่แบบ “มิตรผลโมเดิร์นฟาร์ม (Mitr Phol ModernFarm)” เข้ามานำเสนอแก่เกษตรกร โดยบูรณาการแนวคิดการจัดการไร่อ้อยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการประยุกต์ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และยกระดับคุณภาพชีวิตชาวไร่อ้อย ภายใต้แนวทางดำเนินงานตามหลัก “สี่เสาพลัส” ดังนี้
โดยในปีการผลิต พ.ศ.2567/68 บริษัทมีพื้นที่ส่งเสริมการปลูกอ้อยตามหลัก “มิตรผลโมเดิร์นฟาร์ม” จำนวนมากกว่า 700,000 ไร่ รวมถึงมีเกษตรกรคู่สัญญารวมทั้งสิ้น 31,500 ครอบครัว และแรงงานรับจ้างกว่า 120,000 คน นอกจากนี้ยังมีการดำเนินโครงการวิเคราะห์ดินเคลื่อนที่ให้แก่เกษตรกรกว่า 1,200 ราย เพื่อให้การใส่ปุ๋ยเคมีมีความเหมาะสมและใส่เท่าที่จำเป็นต่อพืช รวมถึงส่งเสริมเกษตรชีววิธีด้วยการปล่อยศัตรูธรรมชาติ (Natural Enemies) สู่แปลงปลูกเพื่อลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมีและสารเคมีกำจัดศัตรูพืช รวมถึงรักษาสมดุลของจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ในดิน

การประยุกต์ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหม่

  • เทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียมระบบ SWI (Soil Water Index) เป็นดัชนีที่ใช้วิเคราะห์ความชื้นในดินจากข้อมูลดาวเทียม เพื่อติดตามและวางแผนการให้น้ำเสริมในแปลงอ้อยอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงลดการพึ่งพาเซนเซอร์วัดความชื้นในดินแบบเดิม ซึ่งช่วยให้เกษตรกรสามารถจัดการน้ำได้อย่างเหมาะสม ลดต้นทุนการใช้น้ำเกินความจำเป็น และเพิ่มผลผลิตอ้อยในระยะยาว
  • การประยุกต์ใช้โดรน (Drone) และเฮลิคอปเตอร์เกษตร
    บริษัทสนับสนุนแนวทาการจัดการไร่แบบเกษตรอัฉริยะ (Smart Farming) หรือเกษตรแม่นยำ (Precision Agriculture) โดยใช้โดรน และเฮลิคอปเตอร์เกษตร สำหรับสำรวจแปลงอ้อย ให้ปุ๋ยและฉีดพ่นสารกำจัดวัชพืชแทนการใช้รถแทรคเตอร์แบบเดิม เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิต เพิ่มความแม่นยำและประสิทธิภาพการทำงาน รวมถึงลดการใช้น้ำมัน โดยในปีการผลิต พ.ศ.2567/68 มีพื้นที่ประยุกต์ใช้โดรน (Drone) และเฮลิคอปเตอร์เกษตรแล้วกว่า 78,000 ไร่
  • ระบบ GPS Guidance ในกระบวนการปลูกอ้อยและการขนส่ง บริษัทนำเทคโนโลยี GPS Guidance มาใช้ในงานเกษตรกรรมพื้นที่ขนาดใหญ่ เพื่อเพิ่มความแม่นยำและประสิทธิภาพในการบริหารจัดการไร่ ตั้งแต่การเตรียมดินจนถึงการขนส่งอ้อย
  • การประยุกต์ใช้ Artificial Intelligence/Machine Learning (AI/ML) มิตรผลได้นำแนวคิด AI/ML และDigital Channel ซึ่งเป็นการบูรณาการข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม ภูมิศาสตร์สภาพแวดล้อม และข้อมูลภาคสนามมาใช้เป็นพื้นฐานในการบริหารไร่อ้อยในโครงการ Farm Focus เพื่อเพิ่มผลผลิตอ้อย ตั้งแต่การจัดการพื้นที่ ติดตามสุขภาพพืช และคาดการณ์ผลผลิต กระทั่งติดตามการเก็บเกี่ยว
  • การสร้างฐานข้อมูลของชาวไร่ด้วยระบบฐานข้อมูล Cane MIS ระบบ Cane MIS (Cane Management Information System) เป็นระบบจัดการข้อมูลเพื่อสนับสนุนการซื้อขายอ้อยระหว่างกลุ่มมิตรผลและเกษตรกรให้มีประสิทธิภาพ โดยเชื่อมโยงข้อมูลสำคัญ ได้แก่ พื้นที่ปลูกอ้อย สัญญาส่งอ้อย การเงิน และการซื้อขายอื่นๆ
  • การให้ปุ๋ยในระบบน้ำหยด (Drip Fertigation) เป็นการใส่ปุ๋ยที่ละลายน้ำได้ร่วมกับระบบการให้น้ำเดิมที่มีอยู่ในแปลงอยู่แล้ว ด้วยวิธีการนี้จะช่วยลดปัญหาปุ๋ยเม็ดไม่ละลายเนื่องจากฝนไม่ตกหรือขาดการให้น้ำในแปลง วิธีการดังกล่าวสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการให้ปุ๋ยได้ถึงร้อยละ 80-90 ทำให้อ้อยสามารถได้รับธาตุอาหารอย่างทั่วถึง เจริญเติบโตสม่ำเสมอทั่วทั้งแปลง และช่วยลดการสูญเสียธาตุอาหารจากการชะล้าง

Mitr Phol ModernFarm Academy

การผลิตอ้อยและน้ำตาลอย่างยั่งยืนตามมาตรฐานสากล

มิตรผลมุ่งมั่นสนับสนุนเกษตรกรให้ปฏิบัติตามมาตรฐานการผลิตอ้อยและน้ำตาลอย่างยั่งยืนในระดับสากล เช่น Bonsucro และ VIVE Sustainable Supply Programme เป็นต้น เพื่อให้กระบวนการผลิตน้ำตาลสามารถตรวจสอบย้อนกลับวัตถุดิบได้ตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการ อันเป็นการตอบสนองความต้องการของลูกค้าและผู้บริโภคอย่างมีความรับผิดชอบ และช่วยให้บริษัทสามารถปรับปรุงแนวทางปฏิบัติให้สอดคล้องตามกรอบการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ (ESG) ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน บริษัทจึงได้ตั้งเป้าหมายที่จะขยายการรับรองมาตรฐานการผลิตอ้อยอย่างยั่งยืน อาทิ Bonsucro และ VIVE Sustainable Supply Programme ให้ครอบคลุมพื้นที่ปลูกอ้อย 1,100,000 ไร่ ภายในปี พ.ศ.2573 โดยในปี พ.ศ.2567/68 บริษัทมีปริมาณอ้อยที่ได้รับการรับรองกว่าร้อยละ 49 จากปริมาณอ้อยเข้าหีบทั้งหมด

การดำเนินงานเกี่ยวกับการตัดอ้อยสดและการรับซื้อใบอ้อยสด

แคมเปญ ‘นะโม ตัดสด’ เพื่อรณรงค์การตัดอ้อยสด

มิตรผลมีการส่งเสริมการตัดอ้อยสด ลดการเผาอ้อย มาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีการรับซื้อใบอ้อยสดเพื่อนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงชีวมวลสำหรับผลิตไฟฟ้า สร้างรายได้เพิ่มให้กับเกษตรกร ขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นและสนับสนุนพลังงานทดแทน โดยดำเนินมาตรการสำคัญ ดังนี้

  • สนับสนุนการใช้เครื่องจักรกลเกษตรอย่างเหมาะสมแทนแรงงานคน
  • จัดหาแรงงานและรถตัดอ้อยสดแก่เกษตรกร
  • ค้ำประกันสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อสนับสนุนเกษตรกรให้เข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำของภาครัฐ
  • สนับสนุนเครื่องสางใบอ้อยก่อนตัดอ้อยและรับซื้อใบอ้อยสด เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงแทนไม้สับ
  • สื่อสารและรณรงค์การตัดอ้อยสดผ่านหลายช่องทางและกิจกรรมสร้างการมีส่วนร่วม อาทิ ประกวดตกแต่งรถบรรทุกภายใต้ธีมตัดอ้อยสด ลดฝุ่น และแจกสติ๊กเกอร์รณรงค์ตามแคมเปญ ‘นะโม ตัดสด’

โดยผลจากมาตรการดังกล่าว ทำให้ในปี พ.ศ.2567/68 สัดส่วนอ้อยสดต่อปริมาณอ้อยเข้าหีบทั้งหมดของมิตรผล เพิ่มขึ้น 13 จุดเปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปี พ.ศ.2566/67

การบริหารจัดการน้ำในไร่

ความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ รวมถึงความรุนแรงของปรากฎการณ์เอลนีโญ (El Niño) เพิ่มความเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำเพื่อใช้ในการเพาะปลูก ส่งผลกระทบต่อผลผลิตและคุณภาพอ้อยซึ่งเป็นวัตถุดิบที่สำคัญ มิตรผลจึงได้ประเมินความเสี่ยงด้านน้ำในพื้นที่ของคู่ค้าหรือเกษตรกรผู้ส่งอ้อย รวมถึงส่งเสริมการสร้างแหล่งน้ำในไร่อ้อย การใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ และการส่งเสริมการให้น้ำเสริมฝนเพื่อให้มีแหล่งน้ำที่เพียงพอต่อการผลิตอ้อย

การส่งเสริมการสร้างแหล่งน้ำในไร่อ้อย

ปัจจุบันบริษัทมีพื้นที่ชลประทานสะสม 1,376,800 ไร่ ซึ่งแบ่งตามประเภทของชลประทาน ดังนี้

ความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก

การส่งเสริมการให้น้ำเสริมฝนเพื่อเพิ่มผลผลิต

การเพิ่มประสิทธิภาพการให้น้ำ

  • การส่งเสริมการใช้ระบบน้ำหยดในไร่ ซึ่งเป็นระบบให้น้ำที่มีประสิทธิภาพ ใช้น้ำน้อยแต่ตรงจุด เพียงพอต่อการเจริญเติบโตของต้นอ้อย โดยบริษัทสนับสนุนให้เกษตรกรติดตั้งระบบน้ำหยดทำให้ปัจจุบันมีพื้นที่ดำเนินการระบบน้ำหยดแล้วกว่า 750,000 ไร่
  • ติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ ในพื้นที่กว่า 184,800 ไร่ เพื่อเป็นแหล่งพลังงานสะอาดในการสูบน้ำสำหรับปลูกอ้อย รวมถึงลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลอันเป็นสาเหตุของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
  • การพัฒนาบ่อและสระเติมน้ำใต้ดิน โดยบริษัทได้ดำเนินการพัฒนาบ่อน้ำกว่า 175 บ่อ ในพื้นที่ 7,000 ไร่ เพื่อฟื้นฟูและอนุรักษ์น้ำใต้ดิน เพิ่มระดับน้ำบาดาลและรักษาสมดุลทรัพยากรน้ำ

การใช้เทคโนโลยีในการจัดการน้ำ

  • ระบบ Internet of Things และ Geographic Information System (IOT and GIS) ซึ่งเป็นระบบบริหารจัดการน้ำโดยอาศัยข้อมูลความชื้นในดิน เพื่อควบคุมการให้น้ำแก่พืชอย่างเหมาะสมและทันท่วงที

โครงการชลประทานร่วมกับหน่วยงานของภาครัฐ

มิตรผลมีการสนับสนุนให้เกิดโครงการชลประทานระหว่างภาครัฐและเกษตรกรในพื้นที่ โดยเป็นการรวบรวมความต้องการจากเกษตรกรในพื้นที่ผ่านการจัดประชุม จัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำ และการเขียนขอการสนับสนุนโครงการผ่านองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อนำเข้าพิจารณาของคณะอนุกรรมการน้ำของจังหวัด และนำเข้าแผนพัฒนาพื้นที่ชลประทานของประเทศต่อไป โดยปี พ.ศ.2568 มิตรผลมีการสนับสนุนการขอโครงการดังนี้