Mitr Phol Group Sustainability

Edit Template

ผู้มีส่วนได้เสียหลัก : ชุมชน ลูกค้าและผู้บริโภค หน่วยงานภาครัฐและภาคประชาสังคม

การเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนควบคู่ไปกับการสร้างความเชื่อมั่นและความสัมพันธ์อันดีระหว่างองค์กรกับชุมชนโดยรอบ นำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์กรในระยะยาว เราจึงบูรณาการการจัดการชุมชนและสังคมไว้ในภารกิจหลักของธุรกิจ ภายใต้แนวคิด “ร่วมอยู่ ร่วมเจริญ” โดยได้จัดโครงสร้างการดำเนินงานด้านสังคมให้มีหน่วยงานผู้รับผิดชอบโดยตรง ได้แก่ หน่วยงานชุมชนสัมพันธ์และหน่วยงานบริหารการศึกษา ซึ่งดำเนินงานครอบคลุมการยกระดับคุณภาพชีวิต การพัฒนาทักษะอาชีพ การเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของชุมชน การพัฒนาด้านการศึกษา รวมถึงการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกันในแต่ละบริบทพื้นที่

การขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชนและชุมชนสัมพันธ์

มิตรผลให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนและเกษตรกร ให้ดำรงชีวิตอยู่ภายใต้สภาพแวดล้อมที่ดี และมีความสามารถในการพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน บริษัทจึงดำเนินงานบนพื้นฐานของการมีส่วนร่วม โดยลงพื้นที่ศึกษาศักยภาพ ทุนทางสังคม และบริบทของชุมชนที่มีอยู่เดิม เพื่อนำมาวางแผนและออกแบบการทำงานร่วมกันอย่างเหมาะสมระหว่างชุมชน ภาคีเครือข่ายและองค์กร

การดำเนินงานดังกล่าวมุ่งเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนและเกษตรกรชาวไร่อ้อย ทั้งในมิติทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมยกระดับสู่การเป็น “ชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืน” ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดี สร้างความเข้าใจและความไว้วางใจระหว่างบริษัทและชุมชนโดยรอบ โดยยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ

เป้าหมายและผลการดำเนินงานปี พ.ศ.2568

ตัวชี้วัด
เป้าหมาย
ผลการดำเนินงาน
ชุมชนเป้าหมายสามารถลดรายจ่ายในครัวเรือน (ด้านค่าอาหาร)
ร้อยละ 5
ร้อยละ 8
ชุมชนสามารถเพิ่มรายรับภาคเกษตรของครัวเรือน
ร้อยละ 5
ร้อยละ 6
การพัฒนาธุรกิจชุมชนเชื่อมโยงกับบริษัท ปลูกเพาะสุข จำกัด
35 ธุรกิจ
45 ธุรกิจ
สร้างตำบลต้นแบบ
16 ตำบล
15 ตำบล

กรอบการดำเนินงาน

เป้าหมาย
1.) มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรและชุมชนให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ มีความเป็นอยู่ที่ดี และดำรงชีพในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมอย่างยั่งยืน
2.) สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชนโดยรอบ สร้างความเข้าใจ และความไว้วางใจระหว่างบริษัทกับชุมชน
กรอบการดำเนินงาน
การจัดการชุมชนอย่างยั่งยืน
  • เน้นการเปิดโอกาสให้รับผิดชอบร่วมกัน ตั้งแต่ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน และปฏิบัติ
  • การพัฒนาต่อยอดจากทุนและศักยภาพชุมชนที่มีอยู่ในแต่ละพื้นที่ ผ่านการขับเคลื่อนของคณะกรรม การตำบลมิตรผลร่วมพัฒนา ที่ทำหน้าที่เชื่อมประสานแผนพัฒนาตำบลกับหน่วยงาน/องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง
  • การแลกเปลี่ยนประเด็นปัญหาและร่วมจัดทำแผนพัฒนาตำบล
  • การพัฒนาระบบเกษตรชุมชนและอาหารปลอดภัย
  • การส่งเสริมให้ชุมชนสร้างฐานอาหารของตนเองเพื่อให้ชุมชนได้บริโภคอาหารปลอดภัย ด้วยการแบ่งพื้นที่ทำเกษตรผสมผสาน ปศุสัตว์ และประมง
  • การเสริมองค์ความรู้การทำเกษตรต่างๆ โดยมุ่งเน้นให้ชุมชนพึ่งพาตนเองลดการพึ่งพาจากภายนอก นำไปสู่การลดรายจ่ายด้านอาหารของครัวเรือนในระยะยาว
  • การพัฒนาระบบเศรษฐกิจชุมชน
  • การพัฒนาต่อยอดสินค้าชุมชน ได้แก่ สินค้าหัตถกรรม อาหารแปรรูป และผลผลิตอาหารปลอดภัยต่างๆ บนพื้นฐานของศักยภาพ ความสามารถและทรัพยากรที่ชุมชนมีอยู่
  • การพัฒนาองค์ความรู้การเกษตรควบคู่กับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี IOT ให้กับเกษตรกร จนสามารถพัฒนากระบวนการผลิตที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน PGS ปลูกเพาะสุข และ GAP รวมถึงพัฒนาความรู้ทางการตลาด
  • ผลการดำเนินงาน

    ด้านการสร้างการมีส่วนร่วมและการจัดการชุมชนอย่างยั่งยืน

    “คณะกรรมการตำบลมิตรผลร่วมพัฒนา” ถูกจัดตั้งขึ้นด้วยกลไกแบบ “พหุภาคี” ซึ่งเป็นการผสานความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ตัวแทนกลุ่มอาชีพ ตัวแทนครัวเรือนอาสา และเจ้าหน้าที่ของมิตรผล โดยคณะกรรมการฯ จะมีบทบาทในการวางแผนพัฒนาตำบลให้สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐและความต้องการของชุมชน มีการประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและผลักดันโครงการพัฒนาชุมชนร่วมกัน รวมทั้งการจัดตั้ง “ศูนย์เรียนรู้ตำบลมิตรผลร่วมพัฒนา” เพื่อเป็นแหล่งการเรียนรู้ให้กับชุมชนอีกด้วย

    นอกจากนี้มิตรผลยังได้ร่วมผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนการพัฒนาศักยภาพผู้พิการในพื้นที่ ภายใต้ชื่อโครงการ “ชุมชนเข้มแข็งด้วยแรงผู้พิการ” เพื่อส่งเสริมให้ผู้พิการได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเป็นกำลังขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชน สร้างรายได้ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีและส่งเสริมการมีส่วนร่วมพัฒนาชุมชน จนต่อยอดสู่การจัดตั้งเครือข่ายและชมรมผู้พิการเพื่อขยายผลการพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง

    ด้านการพัฒนาระบบเกษตรชุมชนและความมั่นคงทางอาหาร

    “ครัวเรือนอาสา” คือ เกษตรกรชาวไร่อ้อยที่มิตรผลส่งเสริมการทำเกษตรผสมผสาน พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเกษตรและการบริหารธุรกิจ รวมถึงสนับสนุนการแปรรูปวัสดุเหลือใช้เป็นสารปรับปรุงดิน เพื่อเสริมความมั่นคงทางอาหาร สร้างรายได้และลดรายจ่ายในระดับครัวเรือน โดยครัวเรือนอาสาที่มีผลงานที่โดดเด่นและสามารถขยายผลสู่เครือข่ายได้ จะได้รับการยกระดับเป็น “ครัวเรือนต้นแบบ” เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์เรียนรู้สำหรับชุมชนรอบโรงงาน

    ด้านการพัฒนาระบบเศรษฐกิจชุมชน

    บริษัทส่งเสริมและพัฒนาทักษะอาชีพตามศักยภาพและทรัพยากรในท้องถิ่น เพื่อสร้างรายได้เสริมเและเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ รวมถึงช่วยลดรายจ่าย ควบคู่กับการประกอบอาชีพหลักจากไร่อ้อย ผ่านกระบวนการจัดการผลผลิตและต้นทุน การให้ความรู้ด้านการตลาด และการให้คำปรึกษาแก่เกษตรกรเพื่อยกระดับการผลิตผักปลอดภัยสู่การรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี หรือ GAP (Good Agricultural Practices) ที่สนับสนุนการใช้สารชีวภัณฑ์เพื่อลดต้นทุนและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการปลูกพืชมูลค่าสูง อาทิ มะเขือเทศและเมล่อน เพื่อเพิ่มรายได้เสริมควบคู่กับอาชีพหลัก ตลอดจนผลักดันและพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน ให้ได้รับรองสินค้า OTOP และมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนต่อไป

    เกิดกลุ่มปลูกผัก

    จำนวน

    กลุ่ม
    100

    มีสมาชิกผู้ปลูกผักปลอดภัยที่เข้าร่วมกิจกรรม

    จำนวน

    คน
    500

    มีรายได้หมุนเวียนจากการปลูกผักปลอดภัย

    รวมทั้งหมด

    บาท
    800000

    เกิดกลุ่มอาชีพ

    จำนวน

    กลุ่ม
    100

    สมาชิกกลุ่มอาชีพที่เข้าร่วมกิจกรรม

    จำนวน

    คน
    1000000

    มีรายได้หมุนเวียนจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน

    รวม

    บาท
    1001069

    การจัดตั้งวิสาหกิจเพื่อสังคม 

    “บริษัท ปลูกเพาะสุข จำกัด” เป็นวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) ถูกจัดตั้งขึ้นด้วยความตั้งใจที่จะทำหน้าที่เป็นกลไกเชื่อมโยงเกษตรกรกับตลาดที่มั่นคง โดยผลกำไรที่ได้รับจากการดำเนินธุรกิจถูกนำกลับคืนสู่ชุมชน เพื่อพัฒนาและต่อยอดด้านต่างๆ อันนำไปสู่การพัฒนาชุมชนอย่างสมดุลและยั่งยืน

    เป็นตัวกลาง

    ระหว่าง "คู่ค้า" และ "เกษตรกร"

    เป็นที่ปรึกษาให้กับเกษตรกร

    ตั้งแต่การเพาะปลูก การวางแผนการตลาด การกำหนดราคา เพื่อให้เกษตรกรขายสินค้าได้ในราคาที่ดีที่สุด

    จัดหาช่องทางการจำหน่ายสินค้า

    ให้กับเกษตรกร

    บริษัท ปลูกเพาะสุข จำกัด ส่งเสริมพืชผลทางการเกษตรของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตอาหารปลอดภัยใน อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น ให้เป็นไปตามหลักเกษตรอินทรีย์ทฤษฎีใหม่และผ่านการรับรองมาตรฐานผักปลอดภัย (GAP) เพื่อจำหน่ายให้แก่ Ad Lib Khon Kaen Hotel ช่องทางการตลาดอื่นๆ รวมถึงโรงงาน เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายและสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่ชุมชน เช่น การสนับสนุนผลผลิตทางการเกษตรเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบประกอบอาหารให้แก่พนักงานในโรงงานมิตรผล การสนับสนุนอาหารว่างและผลิตภัณฑ์ชุมชนในการจัดประชุมของบริษัท

    ในปี พ.ศ.2568 บริษัท ปลูกเพาะสุข จำกัด สร้างรายได้หมุนเวียนรวมกว่า 1,572,222.45 บาท ซึ่งสะท้อนถึงการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและการกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

    ด้านการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชน

    มิตรผลมีการดำเนินกิจกรรมรวมถึงสื่อสารเพื่อสร้างความสัมพันธ์และความเข้าใจที่ดีร่วมกันระหว่างบริษัทและชุมชนโดยรอบ โดยมีกิจกรรมที่หลากหลาย และมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี อาทิ

    กิจกรรม
    การดำเนินงาน
    การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างบริษัทและชุมชน
  • การสื่อสารและการมีส่วนร่วมกับชุมชนในพื้นที่ที่บริษัทดำเนินธุรกิจ เพื่อให้ชุมชนมีความเข้าใจและสนับสนุนกิจกรรมของบริษัท ผ่านกิจกรรมต่างๆ อาทิ การจัดประชุมไตรภาคี การจัดเสวนา การให้หน่วยงานภายนอกเข้าเยี่ยมชมโรงงาน
  • เข้าถึงความต้องการของชุมชนรอบโรงงาน ผ่านการสำรวจชุมชน กิจกรรมตรวจสอบและประเมินข้อร้องเรียน กิจกรรมเยี่ยมจุดตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อม กิจกรรมไตรภาคีและกิจกรรมเครือข่ายเพื่อนบ้านมิตรผล
  • การพัฒนาโครงการเพื่อสังคม และการสนับสนุนกิจกรรมของชุมชน
    อาทิ โครงการพัฒนาศักยภาพชุมชน โครงการด้านสร้างเศรษฐกิจชุมชน โครงการด้านส่งเสริมกีฬาและสุขภาวะที่ดี โครงการด้านอนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม และกิจกรรมสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่น

    การส่งเสริมการดำเนินงานของโครงการเพื่อสังคมต่างๆ ได้แก่
    • การตรวจสุขภาพชุมชนประจำปี
    • โครงการสานเสวนาชุมชน (เยี่ยมบ้านสานสัมพันธ์ชุมชนรอบโรงงาน)
    • โครงการมิตรอาสา (สร้างถิ่นให้น่าอยู่)
    • โครงการสืบสานประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น
    • โครงการเยี่ยมชมการตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมชุมชน
    • การสนับสนุนโรงเรียน ผ่านโครงการโรงเรียนมิตรผลร่วมพัฒนา
    การยกระดับการดำเนินงานภายในพื้นที่บริษัท
    ส่งเสริมการดำเนินโครงการภายในมิตรผลเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมและการดำเนินงาน เช่น โครงการติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียแบบ Activated sludge โครงการติดตั้ง Floating solar โครงการเปลี่ยนเชื้อเพลิงรถฟอร์กลิฟต์จากดีเซลเป็นพลังงานไฟฟ้า
    สนับสนุนกิจกรรมภายใต้โครงการเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco Industrial Town) ในพื้นที่อุทยานมิตรผลด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี และอุทยานมิตรภูเขียว จ.ชัยภูมิ
    มีส่วนร่วมในกระบวนการจัดทำแผนปฏิบัติการการ พัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ระยะ 5 ปี (พ.ศ.2566-พ.ศ.2570) ของกรมโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อการมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางการพัฒนาแผนปฏิบัติการที่มีคุณภาพ มีเนื้อหาที่ครอบคลุมและชัดเจน และสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการที่โดดเด่นด้านการขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชนและชุมชนสัมพันธ์ ในปี พ.ศ.2568 ได้ที่ รายงานด้านความยั่งยืนประจำปี 2568

    การขับเคลื่อนงานด้านพัฒนาการศึกษา  

    การพัฒนาการศึกษาในพื้นที่ชุมชนรอบโรงงานเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายที่สำคัญในการดำเนินงานด้านการจัดการชุมชนอย่างยั่งยืน โดยมิตรผลทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อพัฒนาหลักสูตรการเรียนรู้และส่งเสริมทักษะอาชีพ รวมถึงสนับสนุนทรัพยากรทางการศึกษา โดยมีความมุ่งหวังในการสร้างระบบนิเวศทางการเรียนรู้ (Learning Ecosystem) และส่งเสริมบทบาทของสถานศึกษาให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของชุมชน เพื่อสนับสนุนการพัฒนากำลังคน ซึ่งเป็นการวางรากฐานอนาคตให้แก่เยาวชนไทย

    กรอบการดำเนินงาน

    ผลการดำเนินงาน

    การขับเคลื่อนงานด้านพัฒนาการศึกษาของมิตรผลดำเนินงานร่วมกับสถานศึกษาทั้งประเภทโรงเรียนและวิทยาลัยอาชีวศึกษา ดังนี้

    1. โครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา (Partnership School Project): สถานศึกษาในความดูแล 8 แห่ง (โรงเรียน 7 แห่ง วิทยาลัยอาชีวศึกษา 1 แห่ง) ใน 6 จังหวัด ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้
    2. โครงการสานอนาคตการศึกษา CONNEXT ED: โรงเรียน 20 แห่ง ใน 8 จังหวัด ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

    โดยในปี พ.ศ.2568 กลุ่มมิตรผลได้สนับสนุนทรัพยากรทั้งบุคลากรและทุนทรัพย์ รวมมูลค่ากว่า 12.6 ล้านบาท เพื่อส่งเสริมกิจกรรม หลักสูตรการเรียนการสอน การพัฒนาบุคลากรและนักเรียน ทุนการศึกษา และอื่นๆ โดยผ่านการดำเนินงานที่สำคัญทั้งการพัฒนาโรงเรียน และ การพัฒนาวิทยาลัยอาชีวศึกษา ซึ่งครอบคลุมการสร้างระบบนิเวศทางการเรียนรู้ การพัฒนาด้านทักษะวิชาการ การพัฒนาด้านทักษะอาชีพ การพัฒนาวิชาชีพตามมาตรฐานสากล และการพัฒนาด้านทักษะชีวิต โดยสามารถอ่านรายละเอียดของแต่ละกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ รายงานด้านความยั่งยืนประจำปี 2568

    มูลนิธิ ไฉ่ ฟ้า ว่องกุศลกิจ

    มูลนิธิฯ ก่อตั้งเพื่อรำลึกถึงคุณพ่อไฉ่และคุณแม่ฟ้าโดยครอบครัวว่องกุศลกิจ โดยวัตถุประสงค์หลักคือช่วยเหลือด้านการศึกษาและสาธารณสุข ในพื้นที่รอบโรงงานของกลุ่มมิตรผล หรือในพื้นที่อื่นๆ ตามที่คณะกรรมการมูลนิธิฯ พิจารณา

    โดยปี พ.ศ. 2568 มูลนิธิ ไฉ่ ฟ้า ว่องกุศลกิจ ได้ให้การสนับสนุนกว่า 47 โครงการ มีงบประมาณรวมกว่า 8,800,000 บาท โดยครอบคลุมพื้นที่ 14 จังหวัด ได้แก่

    • พื้นที่โรงงานน้ำตาล ได้แก่ ชัยภูมิ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด  อำนาจเจริญ เลย และสุพรรณบุรี
    • พื้นที่โรงไฟฟ้า ได้แก่ สงขลา ยะลา และนราธิวาส
    • พื้นที่อื่นๆ ได้แก่ กรุงเทพฯ ราชบุรี ตาก และเชียงใหม่
    สนับสนุนด้านการศึกษา
    จำนวน 33 โครงการ รวมงบประมาณ 5.2 ล้านบาท
    สนับสนุนด้านการแพทย์และสาธารณสุข
    จำนวน 14 โครงการ รวมงบประมาณ 3.6 ล้านบาท