Mitr Phol Group Sustainability

Edit Template
ผู้มีส่วนได้เสียหลัก: ผู้ถือหุ้น พนักงาน เกษตรกร ชุมชน คู่ค้า ลูกค้าและผู้บริโภค ภาครัฐและองค์กรภาคประชาสังคม

การดำเนินธุรกิจโดยมุ่งสร้างคุณค่าร่วมแก่สังคม เพื่อให้องค์กรเติบโตอย่างยั่งยืนควบคู่กับการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยกลุ่มมิตรผลให้ความสำคัญกับการเคารพสิทธิมนุษยชนซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม พร้อมยังดำเนินกระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence) เพื่อประเมินและบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจส่งผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสีย จากการดำเนินกิจกรรมตลอดห่วงโซ่อุปทานอย่างเหมาะสม

เป้าหมายและผลการดำเนินงานของปี พ.ศ.2568

เป้าหมาย
ผลการดำเนินงาน
การจัดการข้อร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชน
ร้อยละ 100
ร้อยละ 100
ร้อยละของพนักงานตั้งแต่ระดับปฏิบัติการถึงระดับผู้บริหาร
ที่ผ่านการอบรมด้านสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน
ร้อยละ 100
ร้อยละ 90.55

แนวทางการบริหารจัดการ

มิตรผลมุ่งปฏิบัติงานให้สอดคล้องตามกฎหมาย ระเบียบ และมาตรฐานสากล เช่น ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (Universal Declaration of Human Rights; UDHR) และข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (United Nations Global Compact หรือ UNGC) รวมถึงนำหลักการชี้แนะสิทธิมนุษยชนสำหรับธุรกิจ (United Nations Guiding Principles on Business and Human Rights หรือ UNGP) เป็นต้น มาใช้เป็นกรอบการดำเนินงานและยึดถือสิทธิขั้นพื้นฐานในการทำงานตามมาตรฐานขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization หรือ ILO) นอกจากนี้บริษัทยังประกาศใช้และทบทวนนโยบายด้านสิทธิมนุษยชน และ นโยบายด้านความหลากหลาย ความเสมอภาค การมีส่วนร่วมและความเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร ซึ่งลงนามโดยประธานกรรมการบริษัท พร้อมจัดให้มีการประเมินประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้นจากกิจกรรมทางธุรกิจของมิตรผลตลอดห่วงโซ่อุปทานอย่างสม่ำเสมอ โดยดำเนินการร่วมกันระหว่างฝ่ายงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดแนวทางบริหารจัดการในแต่ละประเด็นสิทธิมนุษยชนให้มีความชัดเจนและสอดคล้องตามนโยบาย ซึ่งเป็นการเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มและยังสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

กระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน

มิตรผลกำหนดกระบวนการและดำเนินการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence) ที่สอดคล้องตามหลักการชี้แนะสิทธิมนุษยชนสำหรับธุรกิจขององค์การสหประชาชาติ โดยระบุและประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากความเสี่ยง ซึ่งมีการดำเนินการทบทวนทุก 3 ปี โดยเมื่อปี พ.ศ. 2567 ได้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการระหว่างหน่วยงานภายในที่เกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่างๆ เพื่อทบทวนประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางธุรกิจทั้ง 7 กลุ่มธุรกิจของมิตรผลประเทศไทย ซึ่งครอบคลุมการตรวจสอบกิจกรรมหลักและกิจกรรมสนับสนุนตลอดห่วงโซ่อุปทานทางธุรกิจ รวมถึงการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้อง (การควบรวม, การเข้าซื้อกิจการ และกิจการร่วมค้า) คิดเป็น ร้อยละ 100 ของพื้นที่ปฏิบัติงานทั้งหมด โดยพิจารณาครอบคลุมถึงประเด็น แรงงานบังคับ การค้ามนุษย์ แรงงานเด็ก เสรีภาพในการสมาคม สิทธิในการรวมตัวและเจรจาต่อรอง ค่าตอบแทนที่เป็นธรรม การเลือกปฏิบัติ การคุกคาม และประเด็นอื่นๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียของบริษัท พนักงาน พนักงานจัดจ้างโดยบุคคลภายนอก (Third-party Employees) และกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็ก ผู้หญิง ผู้บกพร่องทางร่างกาย แรงงานต่างด้าว ชุมชนท้องถิ่น เป็นต้น

หมายเหตุ: ขอบเขตพื้นที่การดำเนินงานของบริษัทฯ ไม่มีชนพื้นเมือง (Indigenous peoples)

ขอบเขตการจัดทำการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน
จากการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนในกิจกรรมทางธุรกิจและกิจกรรมของห่วงโซ่อุปทานของบริษัทในประเทศไทย พบว่า 12 จาก 43 พื้นที่ปฏิบัติงาน หรือ คิดเป็นร้อยละ 27.91 ของพื้นที่ปฏิบัติงานทั้งหมด มีความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ โดยบริษัทได้กำหนดมาตรการควบคุมพื้นที่เสี่ยงทั้งหมดร้อยละ 100 ทั้งนี้สามารถอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ (Salient Human Rights Issues) ของกลุ่มมิตรผลได้จาก รายงานความยั่งยืนประจำปี 2568

ช่องทางการแจ้งเรื่องร้องเรียน

เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นในการจัดการประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนด้วยความโปร่งใส โดยได้ร่วมมือกับผู้มีส่วนได้เสียเพื่อเฝ้าระวัง ป้องกันและจัดการเหตุการละเมิดสิทธิมนุษยชนได้โดยเร็ว บริษัทจึงได้กำหนดให้มีช่องทางการแจ้งเรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนในทุกรูปแบบ เช่น สิทธิความเท่าเทียม การเลือกปฏิบัติและการล่วงละเมิด สิทธิด้านแรงงาน เป็นต้น โดยให้ความสำคัญกับการเคารพสิทธิของผู้ร้องเรียนและผู้แจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนและจะดำเนินการตอบสนอง สืบสวนข้อเท็จจริงและจัดการข้อร้องเรียนอย่างโปร่งใสภายใต้กรอบระยะเวลาที่กำหนด รวมถึงสื่อสารความคืบหน้าแก่ผู้ร้องเรียนและผู้ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องตลอดกระบวนการจัดการข้อร้องเรียนดังกล่าว และจะพิจารณาแนวทางการเยียวยาอย่างเป็นธรรมและเหมาะสมแก่ผู้ได้รับผลกระทบเป็นรายกรณี โดยผู้แจ้งเหตุสามารถแจ้งเหตุหรือเบาะแสการละเมิดได้โดยไม่ระบุตัวตนผ่านช่องทางที่กำหนด โดยมีหน่วยงานธรรมาภิบาลทำหน้าที่ในการรับและรวบรวมข้อร้องเรียนต่างๆ เพื่อเข้าสู่กระบวนการ ซึ่งผู้มีส่วนได้เสียทั้งภายในและภายนอกของกลุ่มมิตรผล สามารถส่งข้อร้องเรียนโดยตรงผ่านช่องทางต่าง ดังนี้

อีเมล

CG@mitrphol.com

เว็บไซต์บริษัท

www.mitrphol.com/whistleblowing

ไปรษณีย์

หน่วยงานธรรมาภิบาล บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด (สำนักงานใหญ่) เลขที่ 2 อาคารเพลินจิตเซ็นเตอร์ ชั้น 3 ถนนสุขุมวิท คลองเตย กรุงเทพฯ 10110

ช่องทางอื่น

ร้องเรียนผ่านช่องทางอื่นใดที่เหมาะสมและสะดวกสำหรับผู้ร้องเรียน

*รายละเอียดเกี่ยวกับ แนวปฎิบัติในการร้องเรียน สามารถดูได้บนเว็บไซต์มิตรผล

การดูแลและเยียวยาผลกระทบ

ในกรณีที่บริษัทได้รับแจ้งเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการละเมิดด้านสิทธิมนุษยชน บริษัทจะดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริง และจัดการกับข้อร้องเรียนตามแนวปฏิบัติที่บริษัทกำหนดไว้อย่างเหมาะสม และหากพบว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนจริง บริษัทจะดำเนินการพิจารณาแนวทางเยียวยาแก่ผู้ได้รับผลกระทบตามความเหมาะสม โดยพิจารณาเป็นรายกรณีตามบริบทของเหตุการณ์ หรือ กรณีการละเมิดที่เกิดขึ้น สำหรับพนักงานที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนทุกรูปแบบ ถือเป็นการกระทำผิดวินัยของบริษัท โดยจะถูกลงโทษทางวินัยตามระเบียบที่บริษัทกำหนด เช่น การสั่งพักงาน การหักค่าจ้าง การเลิกจ้าง และหากการกระทำดังกล่าวผิดกฎหมาย พนักงานจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายเพิ่มเติม

การสร้างความตระหนักรู้ด้านสิทธิมนุษยชน

การสร้างความเข้าใจและพฤติกรรมอันดีต่อการเคารพในประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนเป็นสิ่งที่กลุ่มมิตรผลดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง บริษัทได้ประกาศใช้นโยบายด้านสิทธิมนุษยชนและนโยบายด้านความหลากหลาย ความเสมอภาค การมีส่วนร่วมและความเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร โดยมีการสื่อสารผ่านช่องทางต่างๆ พร้อมจัดอบรมหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชน เพื่อสร้างความตระหนักและเข้าใจถึงความสำคัญของหลักสิทธิ เสรีภาพ หน้าที่ และสิทธิมนุษยชน ซึ่งครอบคลุมถึงกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนและการเคารพสิทธิมนุษยชนตามหลักการชี้แนะเรื่องสิทธิมนุษยชนสำหรับธุรกิจ (United Nations Guiding Principles on Business and Human Rights หรือ หรือ UNGPs)

โดยในปี พ.ศ.2568 มีพนักงานเข้าร่วมอบรมความรู้พื้นฐานด้านสิทธิมนุษยชน จำนวน 2 เรื่อง ได้แก่ เสรีภาพ หน้าที่และสิทธิมนุษยชน และการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบและเคารพสิทธิมนุษยชนตามหลัก UNGPs โดยมีพนักงานเข้ารวมและผ่านทางทดสอบทั้งสิ้น 4,343 คน คิดเป็นร้อยละ 83.76 จากพนักงานที่เข้าร่วมหลักสูตรทั้งหมด นอกจากนี้บริษัทได้จัดอบรมหลักสูตรนักบริหารแรงงานสัมพันธ์สำหรับพนักงานฝ่ายทรัพยากรบุคคล เพื่อเสริมสร้างและทบทวนความรู้ด้านกฎหมายแรงงาน การคุ้มครองแรงงาน และแนวทางปฏิบัติที่ดีต่อแรงงาน โดยมุ่งเน้นให้พนักงานกลุ่มเป้าหมายนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานได้จริง โดยผู้เข้าร่วมอบรมต้องผ่านการประเมินหลังอบรมตามเกณฑ์ที่กำหนด นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนติดตามและทบทวนความรู้ด้านกฎหมายแรงงานให้พนักงานที่ผ่านการอบรมเป็นระยะ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง

การร่วมมือกับภายนอกเพื่อยกระดับเรื่องสิทธิมนุษยชน

มิตรผลมีโครงการความร่วมมือกับลูกค้าเพื่อส่งเสริมการรับรู้เรื่อง “สิทธิมนุษยชน” ผ่านการจัดทำกิจกรรมในรูปแบบต่างๆ โดยในปี พ.ศ.2568 ได้มีการสื่อสารและสร้างความตระหนักด้านสิทธิมนุษยชน และแรงงานแก่คู่ค้าชาวไร่อ้อยในพื้นที่บริเวณโรงงานน้ำตาลมิตรผล ในจังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจด้านกฎหมายแรงงาน การใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล และการจัดการสารเคมีอย่างถูกต้อง นอกจากนี้ยังมีการสื่อสารเกี่ยวกับช่องทางการร้องเรียนของกลุ่มมิตรผล กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน โดยบริษัทได้มีการสำรวจระดับความเข้าใจหลังเข้าร่วมกิจกรรม โดยพบว่าชาวไร่อ้อยมีความรู้ความเข้าใจในประเด็นต่างๆเพิ่มขึ้น และทราบถึงช่องทางการร้องเรียนดังกล่าว ไม่เพียงเท่านี้นี้บริษัทยังมีแผนงานร่วมกับลูกค้าในการขับเคลื่อนการดำเนินกิจกรรมด้านสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

นโยบายที่เกี่ยวข้อง

นโยบายด้านสิทธิมนุษยชน

นโยบายด้านความหลากหลาย ความเสมอภาค การมีส่วนร่วม
และความเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร