Mitr Phol Group Sustainability

Edit Template

ผู้มีส่วนได้เสียหลัก: ผู้ถือหุ้น  เกษตรกร  พนักงาน คู่ค้า  ลูกค้าและผู้บริโภค  ภาครัฐและองค์กรภาคประชาสังคม 

การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานที่มีประสิทธิภาพนำมาซึ่งผลกระทบเชิงบวกและสร้างความเข้มแข็งให้กับการดำเนินธุรกิจในระยะยาว บริษัทจึงได้มุ่งมั่นบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยกำหนดให้มีนโยบายจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน นโยบายการจัดหาวัตถุดิบทางการเกษตร และจรรยาบรรณทางธุรกิจสำหรับคู่ค้า ตลอดจนจัดให้มีกระบวนการพิจารณาคัดเลือกคู่ค้าที่คำนึงถึงหลักเกณฑ์ด้านความยั่งยืนเพื่อคัดกรองคู่ค้าที่มีดมาตรฐานและแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนที่สอดคล้องตามที่บริษัทกำหนด นอกจากนี้ยังมีกระบวนการในการสร้างความตระหนักรู้ให้แก่คู่ค้าเพื่อให้ดำเนินงานโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมมากขึ้น อีกทั้งยังได้มีความร่วมมือระหว่างกันในโครงการที่ส่งเสโริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนอีกด้วย

เป้าหมายและผลการดำเนินงานของปี พ.ศ.2568

เป้าหมาย
ผลการดำเนินงาน
คู่ค้ารายสำคัญ (Significant Supplier) ได้รับการประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืน
(ESG Assessment)
ร้อยละ 100
ร้อยละ 80.09

แนวทางการบริหารจัดการ

ประเภทคู่ค้าของมิตรผล

การจำแนกคู่ค้าจะถูกจัดสรรตามบทบาทหรือลักษณะของสินค้าและบริการ เพื่อให้การจัดการและดูแลคู่ค้าแต่ละประเภทเป็นไปอย่างเหมาะสม โดยคู่ค้าแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้

คู่ค้าส่วนกลาง

เป็นคู่ค้าที่เป็นผู้สนับสนุนจัดหาสินค้าและบริการ หรือจ้างเหมาทั้งในและต่างประเทศ เช่น สารเคมี บรรจุภัณฑ์ เป็นต้น

คู่ค้าวัตถุดิบ

คือ คู่ค้าที่จัดจำหน่ายวัตถุดิบหลักให้กับบริษัท เพื่อใช้ในกระบวนการผลิต เช่น เกษตรกรไร่อ้อย เกษตรกรสวนยางพารา เกษตรกรไร่มันสำปะหลัง ผู้ขายโมลาส ผู้ขายเชื้อเพลิงชีวมวล เป็นต้น

นอกจากนี้บริษัทยังกำหนดให้มีการจำแนกคู่ค้าที่มีความสำคัญ (Significant Suppliers) ตามปริมาณยอดการสั่งซื้อและระดับความสำคัญของสินค้าและบริการ เพื่อให้บริษัทสามารถกำหนดแผนและกลยุทธ์ในการบริหารคู่ค้าอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีเกณฑ์ดังนี้ 

  • เป็นคู่ค้าที่ส่งมอบสินค้าพิเศษตามมาตรฐานที่กำหนด ได้แก่ สารเคมีและบรรจุภัณฑ์ 
  • เป็นผู้ขายน้อยรายที่มีความเชี่ยวชาญ จำเป็นต้องมีเทคโนโลยีในการผลิตสินค้าตามที่ต้องการ 
  • เป็นผู้ขายที่มียอดสั่งซื้อสูงตามเกณฑ์ที่กำหนด 
  • เป็นคู่ค้าที่ดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับกิจการที่ดี

ซึ่งในปี พ.ศ.2568 บริษัทมีคู่ค้าทั้งหมด 42,293 ราย ประกอบด้วยคู่ค้าหลัก (Unique Tier 1 Suppliers) 42,102 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 99.55 และคู่ค้าทางอ้อม (Unique Non-Tier 1 Suppliers) 191 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 0.45 โดยมีคู่ค้าหลักรายสำคัญ (Unique Significant Tier 1 Suppliers) จำนวน 1,646 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 3.91 ของจำนวนคู่ค้าหลักทั้งหมด และคู่ค้าทางอ้อมรายสำคัญ (Unique Significant Non-Tier 1 Suppliers) จำนวน 152 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 79.58 ของคู่ค้าทางอ้อมทั้งหมด

นโยบายการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน

บริษัทกำหนดนโยบายจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน นโยบายการจัดหาวัตถุดิบทางการเกษตร และ จรรยาบรรณคู่ค้ามิตรผล เพื่อเป็นแนวปฏิบัติแก่พนักงานและคู่ค้า โดยครอบคลุมประเด็นด้านการกำกับกิจการที่ดี สังคม และสิ่งแวดล้อม เช่น จริยธรรมทางธุรกิจ สิทธิมนุษยชน การปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม ทั้งการห้ามใช้แรงงานบังคับ แรงงานเด็กและแรงงานผิดกฎหมาย การใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมถึงช่องทางการร้องเรียน เป็นต้น พร้อมทั้งสื่อสารผ่านช่องทางต่างๆ รวมถึงมีการตรวจสอบและติดตามเพื่อให้คู่ค้าปฏิบัติตาม โดยคู่ค้าทุกรายต้องลงนามรับทราบ และยอมรับจรรยาบรรณคู่ค้าก่อนเข้าร่วมเป็นคู่ค้าของมิตรผล

กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน

มิตรผลมีขั้นตอนที่รัดกุมในการตรวจสอบคุณสมบัติคู่ค้าและการบริหารความเสี่ยงตามกลุ่มประเภทสินค้าและบริการ (Supplier Position Model) ที่จะขอขึ้นทะเบียนเป็นคู่ค้าใหม่ของบริษัท โดยคู่ค้าทุกรายที่ผ่านการลงทะเบียนสมัครเป็นคู่ค้ากับบริษัทจะต้องเข้าสู่ขั้นตอนการคัดกรองและคัดเลือกคู่ค้าเพื่อให้ผ่านหลักเกณฑ์ตามมาตรฐานของมิตรผล ซึ่งในการคัดเลือกคู่ค้าจะมีการพิจารณาทั้งในเรื่องของข้อมูลทั่วไปของคู่ค้า การประเมินทางธุรกิจ (เช่น ราคา เทคนิค ระยะเวลาการจัดส่งสินค้า ปริมาณการสั่งซื้อ เป็นต้น) และการประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืน (ESG Assessment) ทั้งในระดับประเทศ ระดับอุตสาหกรรม และในระดับสินค้าและบริการ โดยมีการกำหนดน้ำหนักในแต่ละด้านแตกต่างกันไป เมื่อคู่ค้าผ่านการประเมินดังกล่าวและลงนามรับทราบจรรยาบรรณคู่ค้าถึงจะสามารถขึ้นทะเบียนคู่ค้ากับบริษัทได้

โดยในปี พ.ศ.2568 บริษัทมีคู่ค้าหลักและคู่ค้าทางอ้อมรายสำคัญ (Unique Significant Tier-1 and Non Tier-1 Supplier) ที่ได้รับการประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืนประจำปี พ.ศ.2568 (ESG Assessment 2025) ด้วยวิธีการประเมินแบบเบื้องต้น (Deck Assessment) ผ่านการตอบแบบประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืนด้วยตนเอง (Self-assessment) และ/หรือการตรวจเยี่ยมสถานประกอบการ (On-site Assessment) โดยฝ่ายจัดซื้อและจัดหาวัตถุดิบ (Procurement division/ Material sourcing section) จำนวนทั้งสิ้น 1,440 ราย หรือร้อยละ 80.09 ของคู่ค้ารายสำคัญทั้งหมด โดยมีคู่ค้ารายสำคัญที่มีความเสี่ยงด้านความยั่งยืนสูง และได้เข้าร่วมแผนปฏิบัติการแก้ไขและพัฒนา (Corrective Action Plan) จำนวน 246 ราย หรือร้อยละ 100 จากคู่ค้ารายสำคัญที่มีความเสี่ยงด้านความยั่งยืนสูงทั้งหมด และยังไม่มีการยุติการซื้อขายกับคู่ค้ารายใด อีกทั้ง บริษัทยังพัฒนาความรู้ด้าน ESG Development Program แก่คู่ค้ารายสำคัญจำนวน 430 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 23.92 ของคู่ค้ารายสำคัญทั้งหมดที่เข้าร่วมการประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืน

นอกจากนี้บริษัทยังกำหนดให้มีการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานคู่ค้าประจำปี ทั้งในการประเมินเชิงคุณภาพและมาตรฐานของสินค้าและบริการ รวมถึงการทบทวนการประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืนของคู่ค้า ไม่เพียงเท่านี้บริษัทยังมีการทบทวนแนวปฏิบัติในการจัดซื้อที่มีต่อคู่ค้าอยู่เป็นประจำ เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานของบริษัทมีความสอดคล้องกับจรรยาบรรณธุรกิจคู่ค้าอันจะช่วยสนับสนุนให้คู่ค้าสามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และหลีกเลี่ยงข้อขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นกับข้อกำหนดด้าน ESG พร้อมทั้งลดความเสี่ยงทั้งในด้านคุณภาพ การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน และความเสี่ยงอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

โดยคู่ค้าจะถูกประเมินผลการดำเนินงานประจำปี ทั้งในรูปแบบการประเมินผลด้วยตนเอง (self-assessment) ผ่านการใช้แบบสอบถาม การตรวจสอบเอกสาร หรือ การตรวจประเมินในสถานประกอบการคู่ค้า (2nd party on-site assessment) โดยฝ่ายจัดซื้อและจัดหาร่วมกับฝ่ายพัฒนาเพื่อความยั่งยืนเป็นผู้ตรวจประเมิน รวมถึงการตรวจประเมินจากบุคคลที่ 3 (3rd party on-site assessments) เช่น มาตรฐานการผลิตอ้อยและน้ำตาลอย่างยั่งยืน (Bonsucro and VIVE Programme) มาตรฐาน Supplier Guiding Principles (SGP) มาตรฐาน Sedex Members Ethical Trade Audit (SMETA) เป็นต้น พร้อมทั้งแจ้งผลการประเมินให้กับคู่ค้าผ่านทางอีเมล หรือช่องทางอื่นใดที่กำหนดไว้ โดยคู่ค้ายังสามารถเปรียบเทียบผลการประเมินกับคู่ค้ารายอื่นในกลุ่มธุรกิจเดียวกัน เพื่อให้คู่ค้าได้พัฒนาการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และหากพบว่าคู่ค้ารายใดไม่ดำเนินธุรกิจตามข้อกำหนดในจรรยาบรรณคู่ค้า เช่น ละเมิดสิทธิมนุษยชน สร้างผลกระทบทางลบด้านสิ่งแวดล้อม  ขาดการกำกับดูแลกิจการที่ดี เป็นต้น บริษัทจะดำเนินการแจ้งเตือน โดยกำหนดแผน กรอบระยะเวลา พร้อมสนับสนุนและติดตามการแก้ไขปรับปรุง หากคู่ค้าไม่สามารถปฏิบัติตามจะมีการกำหนดบทลงโทษและอาจดำเนินการยกเลิกสัญญา รวมถึงถอดรายชื่อออกจากทะเบียนคู่ค้าของบริษัทอย่างถาวร

นอกจากนี้หากคู่ค้ามีผลการประเมินประจำปีด้านความยั่งยืนอยู่ในเกณฑ์ที่ดีจะมีโอกาสในการได้รับเลือกจากทางบริษัทมากกว่าคู่ค้าที่มีผลการประเมินที่ต่ำกว่าเกณฑ์ เนื่องจากบริษัทมีการนำเกณฑ์การประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืนมาใช้เป็นปัจจัยในการคัดเลือกคู่ค้าที่จะร่วมงานกับบริษัท โดยปัจจุบันบริษัทมีการประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืน (ESG Assessment) กับคู่ค้าหลักรายสำคัญ (Significant Tier-1 Supplier) เช่น คู่ค้าสารเคมี บรรจุภัณฑ์ และคู่ค้าทางอ้อมรายสำคัญ (Significant Non-Tier 1 Suppliers) เช่น เกษตรกรชาวสวนยางพารา เป็นต้น

กระบวนการประเมินความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับกิจการ

คู่ค้าควรดำเนินธุรกิจสอดคล้องตามหลักจรรยาบรรณคู่ค้ามิตรผลและคำนึงถึง ESG คู่ค้าที่ได้รับผลการประเมินตามเกณฑ์ที่บริษัทกำหนดจะได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติ เช่น รางวัลพิเศษ เกียรติบัตร หรือ การยกย่องให้เป็น “ชาวไร่ต้นแบบ” หรือคะแนนพิเศษในการได้รับเลือกหรือชนะการประมูลกับบริษัท (เป็นไปตามเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด) ในกรณีที่คู่ค้าไม่ผ่านคะแนนการประเมินขั้นต่ำจะต้องปรับปรุงประสิทธิภาพของตนเองและส่งหลักฐานการปรับปรุงให้กับบริษัท โดยบริษัทจะพิจารณาและปลดล็อกสถานะให้ หากได้รับการประเมินว่าผ่านเกณฑ์แล้ว

  • สำหรับเกษตรกรที่ส่งมอบอ้อยสดจะได้รับราคาอ้อยพิเศษ โดยราคาจะเป็นไปตามประกาศของรัฐบาล และหากส่งมอบอ้อยไฟไหม้จะถูกหักราคาอ้อย รวมถึงหากพบว่ามีการบุกรุกป่าสงวน  เขตป่า เขตอนุรักษ์ จะไม่รับซื้อหรือยกเลิกสัญญา
  • คู่ค้าและเกษตรกรทุกคน โดยเฉพาะคู่ค้าและเกษตรกรรายสำคัญจะได้รับเชิญให้เข้าร่วมโปรแกรมการฝึกอบรมที่มีการอบรมด้าน ESG อย่างน้อยปีละครั้ง (กรณีคู่ค้า – งานสัมมนาคู่ค้าประจำปี, กรณีเกษตรกร – การประชุมประจำปีของสมาคมชาวไร่และโรงงานน้ำตาล)

 โดยการดำเนินการของกระบวนการดังกล่าวนี้จะถูกกำกับดูแลโดยคณะกรรมการเพื่อความยั่งยืน

การพัฒนาระบบ Mitr Phol Procurement System

ระบบ Mitr Phol Procurement System (MPS) เป็นช่องทางให้กับผู้ขอซื้อ จัดซื้อ และคู่ค้าของกลุ่มมิตรผล ใช้ในการติดตามสถานะ ใบสั่งซื้อสินค้า การประชาสัมพันธ์ข่าวสารแบบทันที (Real-time) และการประเมินคู่ค้าหลังจัดส่งสินค้าหรือบริการเรียบร้อยโดยข้อมูลบน MPS จะเชื่อมโยงกับข้อมูลในระบบ SAP (Systems, Applications, and Products in Data Processing) เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ตรวจสอบ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มระดับความโปร่งใส เพิ่มความรวดเร็ว และลดความซับซ้อนของกระบวนการทำงาน โดยสามารถตรวจสอบย้อนกลับกระบวนการจัดซื้อทั้งหมด  รวมถึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารทรัพยากรและต้นทุนขององค์กร ทั้งนี้ปัจจุบันการจัดซื้อในกลุ่มวัสดุสัมผัสอาหาร (Food Contact Materials) ที่มีผลกระทบต่อความปลอดภัยของอาหาร เช่น สารเคมีที่ใช้ในกระบวนการผลิตและบรรจุภัณฑ์ เมื่อทำการตรวจรับสินค้าที่คู่ค้าจัดส่งในระบบ MPS แล้ว ระบบดังกล่าวจะติดตามคุณภาพสินค้า แหล่งผลิต รวมไปถึงการขนส่งที่มีความปลอดภัย  หากส่งสินค้าไม่ถูกต้องตามข้อมูลจำเพาะของสินค้า (Specification) หรือ สินค้าดังกล่าวมีปัญหาที่เกี่ยวข้องกับด้านความปลอดภัยอาหาร คู่ค้าจะต้องแก้ไขความไม่สอดคล้องดังกล่าวภายในระยะเวลาที่กำหนด

การจัดสัมมนาและมอบรางวัลให้กับคู่ค้าประจำปี

มิตรผลจัดสัมมนาคู่ค้าเป็นประจำทุกปีเพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์ และสื่อสารถึงผลการดำเนินงานและความคาดหวังระหว่างกัน เช่น การสื่อสารจรรยาบรรณคู่ค้า ระเบียบการจัดหาสินค้าและบริการของบริษัท เพื่อให้คู่ค้าทุกรายได้รับทราบระบบมาตรฐานคุณภาพที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขาย เป็นต้น อีกทั้งยังได้สื่อสารเรื่อง Mitr Phol Supplier ESG Program ให้คู่ค้าได้รับทราบถึงแนวทางการปฏิบัติ รวมถึงกระบวนการ และข้อกำหนดด้านความยั่งยืนขององค์กร นอกจากนี้ยังได้มีการอบรมเพื่อสร้างการตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทาน (ESG Awareness Training) บนการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Environment) การเคารพต่อสิทธิมนุษยชนและการดูแลชุมชน (Social) รวมถึงการดำเนินธุรกิจบนการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Governance) ทั้งนี้ บริษัทได้มอบรางวัลให้แก่คู่ค้าที่มีผลงานดีเด่นประจำปี พ.ศ. 2568 ต่อเนื่องกันเป็นปีที่ 4 โดยมีคู่ค้าที่มีผลงานระดับดีเยี่ยมที่ได้รับเกียรติบัตรและรางวัลพิเศษจากกลุ่มมิตรผล จำนวน 98 ราย เพื่อยกย่องคู่ค้าที่มีการปฏิบัติที่ดีและเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับคู่ค้ารายอื่นต่อไป

การอบรมพนักงาน

บริษัทส่งเสริมการพัฒนาความรู้ความเข้าใจเรื่องการดำเนินงานอย่างยั่งยืนตามความเหมาะสมกับบทบาท หน้าที่และความรับผิดชอบของพนักงานฝ่ายจัดซื้อจัดจ้าง ผ่านการจัดอบรมในด้านการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนที่ครอบคลุมประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคมและการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยในปี พ.ศ.2568 มีการอบรมด้านความยั่งยืนครอบคลุมเรื่องจรรยาบรรณคู่ค้า นโยบายจัดซื้อจัดจ้าง อย่างยั่งยืน การอบรมแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Mitr Phol Net Zero Pathway และกระบวนการประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืนสำหรับคู่ค้าภายใต้โครงการบริหารจัดการคู่ค้าด้าน ESG ของมิตรผล (Mitr Phol Supplier ESG Program)

นโยบายที่เกี่ยวข้อง

นโยบายการจัดหาวัตถุดิบทางการเกษตร

นโยบายจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน