Mitr Phol Group Sustainability

Edit Template

ผู้มีส่วนได้เสียหลัก : ผู้ถือหุ้น/ ลูกค้าและผู้บริโภค/ ภาครัฐและภาคประชาสังคม

ความหลายหลายทางชีวภาพเป็นรากฐานระบบนิเวศบริการที่สำคัญ (Ecosystem service) ต่อการดำเนินธุรกิจของมิตรผลที่ “การปลูกอ้อย” และ “ผลผลิตอ้อย” เป็นตัวชี้วัดผลลัพธ์ของการดำเนินธุรกิจของทั้งห่วงโซ่อุปทาน ดังนั้นความสมบูรณ์ของระบบนิเวศบริการจึงเป็นปัจจัยหลักให้ธุรกิจได้พึ่งพา ในทางกลับกันการดำเนินธุรกิจที่ไม่ยั่งยืนก็สามารถส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศที่อาจทำให้เกิดความเสื่อมถอยของระบบนิเวศบริการได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นการรักษาและฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพให้มีความสมดุลจะช่วยส่งเสริมให้เกิดความมั่นคงเป็นระบบที่เกษตรกรและธุรกิจสามารถพึ่งพาได้ในระยะยาว

เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน กลุ่มมิตรผลจึงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพและคำนึงถึงความเสี่ยงต่างๆที่มีผลต่อระบบนิเวศ ดังนั้นการประเมินความเสี่ยงจึงได้นำเอากรอบ TNFD (Taskforce on Nature-related Financial Disclosures) เพื่อช่วยให้องค์กรเข้าใจและสามารถจัดการความเสี่ยงและโอกาสต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติ  และให้เปิดเผยข้อมูลทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติ ซึ่งเพิ่มความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของธุรกิจ และกรณีที่พบความเสี่ยงหรือความเสียหายจะต้องมีมาตรการป้องกัน หลีกเลี่ยง และเยียวยา ตลอดจนส่งเสริมชุมชนได้เรียนรู้และตระหนักถึงการร่วมรักษาและประโยชน์จากความหลากหลายของธรรมชาติ

เป้าหมายและผลการดำเนินงานของปี 2567

เป้าหมาย
ผลการดำเนินงาน
การไม่สูญเสียคุณค่าด้านความหลากหลายทางชีวภาพสุทธิ (No Net Loss: NNL) ภายใต้ขอบเขตที่บริษัทดำเนินการ
เป้าหมายระยะยาว: ไม่ก่อให้เกิดความสูญเสียคุณค่าด้านความหลากหลายทางชีวภาพสุทธิ ภายใต้ขอบเขตที่บริษัทดำเนินการได้ ภายในปี พ.ศ.2573
ไม่เกิดความสูญเสียคุณค่าด้านความหลากหลายทางชีวภาพสุทธิ ภายใต้ขอบเขตที่บริษัทดำเนินการ
สัดส่วนพื้นที่สีเขียวภายในโรงงาน
เป้าหมายระยะสั้น:
ไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของพื้นที่โรงงาน
ร้อยละ 14.34 ของพื้นที่โรงงาน
การปลูกต้นไม้
เป้าหมายระยะสั้น:
ปลูกต้นไม้ 58,900 ต้น ภายในปี 2567
ปี พ.ศ.2567 มีการปลูกต้นไม้
56,225 ต้น

โดยมียอดสะสม 666,516 ต้น
เป้าหมายระยะยาว:
ปลูกต้นไม้ 1 ล้านต้น ภายในระยะเวลา 10 ปี (พ.ศ.2565 - พ.ศ.2575)

แนวทางการบริหารจัดการ

การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพ

การบริหารความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นไปตามกรอบการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติ (Taskforce on Nature-related Financial Disclosures: TNFD) ที่ประเมินและเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติให้ผู้เกี่ยวข้องได้รับทราบ โดยกรอบการประเมินและเปิดเผยข้อมูล ประกอบด้วย
กรอบการประเมินและเปิดเผยข้อมูลการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพ

การประยุกต์ใช้หลักการบรรเทาผลกระทบตามลำดับขั้น
(Mitigation Hierarchy Principle)

หลีกเลี่ยง (Avoid) ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต

การออกแบบและบริหารการจัดการพื้นที่โรงงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ความอ่อนไหวด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ให้ไม่ได้รับผลกระทบ รวมถึงการมีการกำกับดูแลและควบคุมการดำเนินธุรกิจเพื่อคงไว้ซึ่งความหลากหลายทางชีวภาพและความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ

ลดผลกระทบ (Reduce) ในปัจจุบัน

การปรับปรุงกิจกรรมที่ดำเนินอยู่ให้ลดผลกระทบต่อธรรมชาติ เช่น การปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสีย หรือการนำแนวคิดการจัดการ “การเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ไร้ค่าให้เป็นสิ่งที่มีคุณค่า หรือ From Waste to Value Creation” ด้วยการนำของเหลือทิ้งมาพัฒนาต่อยอดสู่ เช่น การเปลี่ยนชานอ้อยเป็นพลังงานทดแทน การนำกากน้ำตาล (Molasses) มาผลิตเอทานอล การนำน้ำกากส่า (Vinasse) ที่เป็นของเสียจากการผลิตเอทานอลมาพัฒนาร่วมกับกากหม้อกรอง (Filter Cake) ที่เหลือจากการผลิตน้ำตาล มาแปรรูปเป็นปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพเพื่อ การนำยีสต์มาผลิตเป็นแหล่งโปรตีนและสารเสริมสำหรับปศุสัตว์และสัตว์เลี้ยง เป็นต้น

ฟื้นฟู (Restore)

การดำเนินการบำรุงรักษาระบบนิเวศให้กลับคืนสู่สภาพเดิม เช่น การออกแบบบ่อเก็บกักน้ำที่สามารถคืนน้ำต้นทุนสู่แหล่งน้ำใต้ดิน ทั้งนี้จะคำนึงถึงคุณภาพน้ำก่อนคืนสู่แหล่งน้ำใต้ดิน ด้วยการใช้น้ำไหลผ่านชั้นดินและหินที่เป็นตัวกรอง ซึ่งจะทำให้คุณภาพของดินมีความชุ่มชื้นขึ้น หรือ กิจกรรมปลูกป่าบนพื้นที่ดินเสื่อมโทรมเพื่อฟื้นฟูพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม ที่มีความร่วมมือจากหลากหลายเครือข่าย หรือหน่วยงาน โดยตั้งเป้าหมายการปลูกต้นไม้ 1 ล้านต้น ในระยะเวลา 10 ปี (พ.ศ. 2565 - พ.ศ. 2575) รวมถึงการดำเนินโครงการที่เกี่ยวกับการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ป่าชุมชน

การปรับเปลี่ยนระบบพื้นฐานและเปลี่ยนแปลง (Regenerate and Transform)

การจัดการไร่แบบยั่งยืน “มิตรผล โมเดิร์นฟาร์ม” เป็นแนวคิดที่มิตรผลนำมาใช้เพื่อปรับเปลี่ยนและฟื้นสภาพ (Regenerate) ระบบการปลูกอ้อย ตั้งแต่กิจกรรมการเพาะปลูกที่อนุรักษ์ดิน ด้วยการปลูกพืชตระกูลถั่วในช่วงพักดินและการตัดอ้อยสดไว้ใบคลุมดิน มีการใช้น้ำอย่างเหมาะสมมีประสิทธิภาพ สนับสนุนการใช้เทคโนโลยีเครื่องจักรการเกษตรที่ทันสมัยลดการใช้ทรัพยากรทั้งวัตถุดิบ และแรงงาน ส่งผลให้ต้นทุนต่อไร่ลดต่ำลง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

การจัดกิจกรรมส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพ

โครงการปลูกต้นไม้ 1 ล้านต้น

มิตรผลมีโครงการปลูกต้นไม้โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาฟื้นฟูธรรมชาติและเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อเป็นแหล่งดูดซับคาร์บอนไดออกไซค์ให้แก่ชุมชน โดยตั้งเป้าหมายที่จะปลูกต้นไม้ 1 ล้านต้น ภายในระยะเวลา 10 ปี (ระหว่างปี พ.ศ.2565 – พ.ศ.2575) ซึ่งประกอบด้วยกิจกรรมการปลูกต้นไม้ภายในพื้นที่ของบริษัท และกิจกรรมที่ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ในพื้นที่ของชุมชนร่วมกับเกษตรกรในพื้นที่ ผ่านโครงการต่างๆ โดยผลการดำเนินงานของโครงการปลูกต้นไม้สะสม ณ ปี พ.ศ.2567 มีดังต่อไปนี้

จำนวนต้นไม้

666,516 ต้น
(แบ่งออกเป็นต้นไม้ที่ปลูกโดยบริษัทเองจำนวน 163,351 ต้น และร่วมกับบุคคลภายนอกอีก 503,165 ต้น)

จำนวนพื้นที่ปลูกต้นไม้

1,970 ไร่

จำนวนเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ

7,207 ราย

งบประมาณดำเนินการรวม

50 ล้านบาท
(ในระยะเวลา 10 ปี ระหว่างปี พ.ศ.2565 – พ.ศ.2575)

อ่านรายละเอียดกิจกรรมการส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพของกลุ่มมิตรผลเพิ่มเติมได้ที่ รายงานความยั่งยืนประจำปี 2567

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

คำแสดงเจตจำนงด้านการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ

Taskforce on Nature-related Financial Disclosures: TNFD