Mitr Phol Group Sustainability

Edit Template

ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย: ผู้ถือหุ้น  / ลูกค้าและผู้บริโภค / ภาครัฐและองค์กรภาคประชาสังคม

การบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพเป็นพื้นฐานที่สำคัญต่อดำเนินงานและการสร้างการเติบโตขององค์กรอย่างยั่งยืน ด้วยเหตุนี้มิตรผลจึงมีการบริหารความเสี่ยงและการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจอย่างเหมาะสมและดำเนินการอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งคลอบคลุมประเด็นความเสี่ยงในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเป็นระบบทั่วทั้งองค์กร ตั้งแต่การกำหนด ทบทวน และการปรับปรุงนโยบายบริหารความเสี่ยง การประเมินความเสี่ยง การจัดการความเสี่ยง ตลอดจนการสื่อสารและสร้างความตระหนักรู้ให้แก่บุคลากร เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ทำหน้าที่ในการกำกับดูแล

เป้าหมายและผลการดำเนินงานปี 2567

มิตรผลกำหนดให้มีการทบทวนนโยบายบริหารความเสี่ยงเป็นประจำทุก 3 ปี หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญ อีกทั้งยังมีเป้าหมายในการสร้างวัฒนธรรมในการบริหารความเสี่ยงขององค์กรให้เป็นผลสำเร็จ จึงได้มุ่งมั่นในการส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจของบุคลากรมิตรผลให้มีความตระหนักในการนำกระบวนการบริหารความเสี่ยงไปใช้เป็นเครื่องมือหนึ่งในการดำเนินงาน โดยในปี พ.ศ.2567 ได้มีการดำเนินงานที่สำคัญในการสร้างวัฒนธรรมดังนี้

การสื่อสารนโยบายการบริหารความเสี่ยงฉบับปรับปรุง

ไปยังพนักงานผ่านช่องทางการสื่อสารต่างๆ เช่น Internal PR ซึ่งเป็นช่องทางสื่อสารภายใน ตัวแทนนักบริหารความเสี่ยงประจำหน่วยธุรกิจ เป็นต้น

การส่งเสริมความรู้และความเข้าใจในกระบวนการบริหารความเสี่ยงและแนวโน้มความเสี่ยงที่สำคัญต่อธุรกิจ

โดยมีการสื่อสารแนวโน้มความเสี่ยงและประเด็นสำคัญที่มีผลต่อธุรกิจให้แก่กรรมการ และผู้บริหารเป็นประจำทุกไตรมาส และจัดให้มีหลักสูตรการเรียนรู้เรื่อง การบริหารความเสี่ยงพื้นฐาน สำหรับพนักงานระดับเจ้าหน้าที่ขึ้นไป ผ่านช่องทางการเรียนรู้ที่องค์กรกำหนด

การสื่อสารความรู้ทั่วไปเรื่องความเสี่ยง

ทั้งในระดับประเทศและระดับสากล ซึ่งเป็นประเด็นที่มีความใกล้ชิดหรือเกี่ยวข้องกับองค์กรและพนักงานผ่านช่องทาง Shared Point GRC Chanel ซึ่งมีผู้ติดตาม มากกว่า 1,000 คน

การสนับสนุนการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ

ผ่านการฝึกซ้อมแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ จำนวน 10 พื้นที่ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือต่อภัยคุกคาม

แนวทางการบริหารจัดการ

โครงสร้างการบริหารจัดการความเสี่ยง

มิตรผลใช้กรอบการบริหารความเสี่ยงตามหลักการของ COSO Enterprise Risk Management Integrated Framework มาใช้เป็นเครื่องมือในการวางกระบวนการบริหารจัดการความเสี่ยง โดยมุ่งเน้นการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส่ และสอดคล้องกับประเด็นความยั่งยืน โดยคณะกรรมการบริษัทได้มอบหมายให้คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง (Risk Management Committee) ทำหน้าที่กำกับดูแลในการนำนโยบายและกรอบการบริหารความเสี่ยงไปปฏิบัติ รวมทั้งติดตามกระบวนการบริหารความเสี่ยง ความเพียงพอของการจัดการความเสี่ยงที่สำคัญให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ (Risk Appetite) โดยคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงประกอบด้วยกรรมการ จำนวน 7 ท่าน ซึ่งมีกรรมการอิสระจำนวน 1 ท่าน ได้แก่ ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ สอดคล้องตามกฎบัตรคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงที่องค์กรกำหนด (สามารถดูรายละเอียดของกรรมการอิสระได้ที่ website) โดยมีฝ่ายบริหารความเสี่ยงทำหน้าที่ในการรับนโยบายและข้อความเห็นมาประสานงานกับธุรกิจ เพื่อให้เกิดการปฏิบัติทั่วทั้งองค์กร ครอบคลุมปัจจัยความเสี่ยงหลักทั้ง 6 ด้าน ซึ่งประกอบด้วยด้านกลยุทธ์ ด้านการปฏิบัติการ ด้านดิจิทัลและเทคโนโลยี ด้านการเงิน ด้านการปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้องและด้านความยั่งยืน (ESG) รวมทั้งทบทวน ติดตามและรายงานความเสี่ยงที่สำคัญต่อคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงและคณะกรรมการบริษัทเพื่อรับทราบผลการดำเนินงานบริหารความเสี่ยงเป็นประจำทุกปี โดยฝ่ายบริหารความเสี่ยงขึ้นตรงต่อด้าน Governance, Risk, and Compliance สายงานบริหารองค์กรเพื่อความยั่งยืน ซึ่งมีการดำเนินงานที่เป็นอิสระจากธุรกิจหลักอย่างชัดเจน

โครงสร้างการบริหารงานของมิตรผลมีการแบ่งบทบาทหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานอย่างชัดเจนตามแนวป้องกัน 3 ด่าน หรือ Three Lines of Defense ส่งผลให้กระบวนการดำเนินงานมีความเป็นอิสระต่อกัน ผู้บริหารและพนักงานในทุกระดับมีบทบาทในการทำงานร่วมกันอย่างโปร่งใส และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล สนับสนุนให้การบริหารความเสี่ยงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยแบ่งได้ดังนี้

ด่านที่หนึ่ง (First Line): ฝ่ายบริหารและปฏิบัติการ (Management and Operational Roles) ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานและจัดการความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องในกระบวนการต่างๆภายในองค์กร โดยการบูรณาการมาตรการควบคุมภายใน ซึ่งในด่านแรกนี้มีบทบาทสำคัญในการรับรู้และจัดการความเสี่ยง รวมถึงการปฏิบัติตามมาตรการควบคุมเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในกระบวนการทำงาน

ด่านที่สอง (Second Line): ฝ่ายบริหารความเสี่ยงรวมถึงหน่วยงานสนับสนุนและกำกับดูแล (Risk Management and Compliance Functions) มีหน้าที่กำหนดนโยบาย กำกับดูแลการดำเนินงาน ให้คำปรึกษา และสนับสนุนให้ด่านแรกสามารถจัดการความเสี่ยงและมีการควบคุมภายใน เสริมสร้างความมั่นใจว่าการดำเนินงานเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ รวมถึงติดตามและประเมินผลการดำเนินงานให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กร

ด่านที่สาม (Third Line): ฝ่ายตรวจสอบภายใน (Internal Audit) มีหน้าที่ตรวจสอบและประเมินการดำเนินงานของทั้งแนวป้องกันด่านที่ 1 และ 2 เพื่อให้องค์กรมั่นใจได้ว่ากระบวนการจัดการความเสี่ยงและการควบคุมภายในมีประสิทธิภาพ และเป็นไปตามนโยบายและข้อกำหนดที่กำหนดไว้ และช่วยให้มีการปรับปรุงการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยหน่วยงานตรวจสอบภายในมีหน้าที่ในการประเมินการดำเนินงานอย่างเป็นอิสระจากฝ่ายบริหาร และรายงานตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบ

การสร้างวัฒนธรรมความเสี่ยง

ความตระหนักถึงความสำคัญและการยึดถือปฏิบัติให้มีการบริหารความเสี่ยงเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติงานจะช่วยให้องค์กรสามารถรับมือกับความเสี่ยงในทุกระดับได้เป็นอย่างดีและส่งเสริมให้เกิดการทำงานที่มีประสิทธิภาพและมีความเติบโต ดังนั้นบริษัทจึงได้กำหนดให้มีนโยบายการบริหารความเสี่ยง ที่ได้รับการพิจารณาและอนุมัติโดยคณะกรรมการบริษัท เพื่อกำหนดแนวทางและวิธีการในการระบุ ประเมิน และจัดการความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในองค์กร และกำหนดให้ทำการทบทวนทุก 3 ปี หรือเมื่อพบว่านโยบายมีความไม่เหมาะสมกับสภาพการดำเนินธุรกิจอย่างมีสาระสำคัญ

จัดอบรมให้ความรู้และการฝึกอบรมเรื่องการบริหารความเสี่ยงแก่กรรมการบริษัท กรรมการบริหารความเสี่ยง (ทั้งกรรมการที่เป็นผู้บริหารและกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร) ผู้บริหาร และบุคลากรในทุกระดับตามความเหมาะสมต่อบทบาทหน้าที่โดยดำเนินการผ่านรูปแบบและช่องทางการสื่อสารที่หลากหลาย เช่น การบรรยายพิเศษจากผู้เชี่ยวชาญภายนอก และการอบรมเชิงปฏิบัติการณ์ผ่านทางออนไลน์และออฟไลน์ การจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ภายในและวารสารมิตรสัมพันธ์ เพื่อกระตุ้นให้พนักงานทุกคนรู้สึกถึงการมีส่วนร่วมในการป้องกันและจัดการกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในองค์กร

โดยในปี พ.ศ.2567 ฝ่ายบริหารความเสี่ยงจัดให้มีการบรรยายพิเศษจากผู้เชี่ยวชาญภายนอกเป็นประจำทุกไตรมาส รวมถึงจัดให้มีหัวข้อการเรียนรู้เรื่องการบริหารความเสี่ยงและความต่อเนื่องทางธุรกิจให้แก่พนักงานใหม่ในระดับปฏิบัติการขึ้นไป และมีจัดทำ Geopolitical Risk Bulletin เพื่อสรุปสถานการณ์ภาพรวมความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในแต่ละภูมิภาคและผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท เพื่อสื่อสารและสร้างความตระหนักในความเสี่ยงจากสถานการณ์ด้านภูมิรัฐศาสตร์ พร้อมทั้งยังได้สื่อสารข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับการจัดการความเสี่ยงให้แก่พนักงานมิตรผลผ่านช่องทาง Shared Point GRC Chanel เป็นประจำอีกด้วย

กระบวนการบริหารความเสี่ยง

การติดตามและประเมินความเสี่ยงจะถูกทบทวนให้มีความเป็นปัจจุบันอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง โดยกำหนดให้ทุกหน่วยธุรกิจทบทวนความเสี่ยงสำคัญและกำหนดแผนการจัดการความเสี่ยงสำคัญ รวมถึงกำหนดดัชนีชี้วัดความเสี่ยงที่สำคัญ เพื่อติดตามภายในหน่วยธุรกิจเป็นประจำทุกเดือน และเพื่อรายงานต่อคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงเป็นประจำทุกไตรมาส นำไปสู่การประเมินและติดตามความเสี่ยงในระดับองค์กร และรายงานผลการบริหารความเสี่ยงระดับองค์กรต่อคณะกรรมการบริษัทต่อไป

กระบวนการบริหารความเสี่ยง

ในปี พ.ศ 2565 กลุ่มมิตรผลมีการประเมินและบริหารจัดการปัจจัยความเสี่ยงที่สำคัญ ดังนี้

การบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ

ภัยคุกคามที่อาจส่งผลให้การปฏิบัติงานเกิดการหยุดชะงัก อาจนำไปสู่การหยุดดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2556 กลุ่มมิตรผล จึงได้นำระบบการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Management System ; BCMS) ตามมาตรฐานการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (ISO 22301:2012) เข้ามาประยุกต์ใช้ เพื่อให้ครอบคลุมประเด็นความเสี่ยง การป้องกัน การเตรียมความพร้อม การตอบสนอง และการฟื้นฟู ตามบริบทองค์กรโดยมี การทบทวนและฝึกซ้อมแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan ; BCP) เป็นประจำทุกปี เพื่อให้องค์กรพร้อมตอบสนองต่อเหตุการณ์ภัยคุกคามในรูปแบบต่างๆ ที่สอดคล้องกับการประเมินความเสี่ยงตามสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน เช่น ภัยจากธรรมชาติ ภัยคุกคามทางไซเบอร์ การก่อการร้าย หรือโรคระบาด เป็นต้นโดยในปี พ.ศ.2567 ได้มีการทบทวนและฝึกซ้อมแผนรวมทั้งสิ้น 10 พื้นที่ ทั้งในส่วนของโรงงานและสำนักงานใหญ่ โดยฝ่ายบริหารความเสี่ยงและฝ่ายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม จะทำหน้าที่ฝึกซ้อมแผนตอบโต้เหตุฉุกเฉิน (Emergency Response Plan: ERP) แผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan: BCP) ตลอดจนแผนสื่อสารในภาวะวิกฤติ (Crisis Communication Plan) ร่วมกับผู้บริหาร พนักงานและผู้ที่เกี่ยวข้องตามความเหมาะสม เพื่อสร้างการรับรู้และความตระหนักในความสำคัญของบทบาทหน้าที่และการสื่อสารตามที่กำหนดไว้ตามแผน รวมถึงสนับสนุนให้ทุกพื้นที่โรงงานมีระเบียบปฏิบัติงานแผนความต่อเนื่องธุรกิจ เพื่อความชัดเจนและสะดวกต่อการนำไปใช้งาน นอกจากนี้ยังมีการจัดทำเอกสารคู่มือสำหรับการทบทวนเอกสารแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ เพื่อใช้เป็นแนวทางสำหรับใช้ในการทบทวนแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจของแต่ละพื้นที่อีกด้วย
กิจกรรมการฝึกซ้อมแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจในพื้นที่โรงงาน ประจำปี พ.ศ.2567