Mitr Phol Group Sustainability

Edit Template

ผู้มีส่วนได้เสียหลัก : ผู้ถือหุ้น, เกษตรกร, ชุมชน, คู่ค้า, ลูกค้าและผู้บริโภค, พนักงาน, ภาครัฐและองค์กรภาคประชาสังคม

การเคารพสิทธิมนุษยชนตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทานเป็นสิ่งที่มิตรผลให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากบริษัทมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจที่สร้างคุณค่าร่วมกับสังคม โดยมุ่งหวังให้การเติบโตขององค์กรเป็นไปอย่างยั่งยืนควบคู่ไปกับการดูแลรักษาและพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน ซึ่งการเคารพสิทธิมนุษยชนไม่เพียงเป็นการปฏิบัติตามหน้าที่ทางจริยธรรมอันดีเท่านั้น แต่ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย นอกจากนี้การให้ความสำคัญกับกระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence) ยังช่วยลดความเสี่ยงจากการละเมิดสิทธิพื้นฐาน และส่งเสริมการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีและปลอดภัยสำหรับทุกคน อันเป็นการสนับสนุนการความสัมพันธ์ที่ดีในการดำเนินกิจการตลอดห่วงโซ่อุปทาน

เป้าหมายและผลการดำเนินงานของปี 2567

เป้าหมาย
ผลการดำเนินงาน
การจัดการข้อร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชน
ร้อยละ 100
ร้อยละ 100
การให้ความรู้เรื่องสิทธิมนุษยชนพื้นฐานแก่พนักงานระดับปฏิบัติการขึ้นไป
ร้อยละ 100
ร้อยละ 100

แนวทางการบริหารจัดการ

มิตรผลมุ่งเน้นการปฏิบัติงานให้สอดคล้องตามกฎหมาย ระเบียบ และมาตรฐานสากลต่างๆ เช่น ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (Universal Declaration of Human Rights; UDHR) และข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (United Nations Global Compact หรือ UNGC) โดยบริษัทได้นำหลักการชี้แนะว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนขององค์การสหประชาชาติ (United Nations Guiding Principles on Business and Human Rights: UNGP) เข้ามาใช้เป็นกรอบในการดำเนินงาน นอกจากนี้มิตรผลยังยึดถือหลักการและสิทธิขั้นพื้นฐานในการทำงานขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization’s ; ILO) เพื่อให้การดำเนินธุรกิจของบริษัทสอดคล้องกับมาตรฐานสากลและสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ

ด้วยเหตุนี้คณะกรรมการบริษัทจึงได้กำหนดให้มีนโยบายด้านสิทธิมนุษยชน รวมถึงการจัดให้มีกระบวนการประเมินประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนร่วมกับฝ่ายงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อทบทวนแนวโน้มความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากกิจกรรมทางธุรกิจของมิตรผล คู่ค้า และผู้ร่วมธุรกิจตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้การดำเนินงานของมิตรผลสอดคล้องตามกฎหมายและหลักสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน และเพื่อให้แนวทางดำเนินงานในรายประเด็นสิทธิมนุษยชนมีความชัดเจนยิ่งขึ้น จึงได้กำหนดให้มีนโยบายและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีกด้วย เช่น นโยบายด้านความหลากหลาย ความเสมอภาค การมีส่วนร่วมและความเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร นโยบายคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร นโยบายความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

กระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน

มิตรผลจัดให้มีกระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence) ที่สอดคล้องตามหลักการชี้แนะว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนขององค์การสหประชาชาติ ซึ่งมีแนวปฏิบัติโดยสังเขป ดังนี้

    • ประกาศใช้นโยบายด้านสิทธิมนุษยชนโดยประธานกรรมการและพิจารณาทบทวนอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งนโยบายดังกล่าวมีผลบังคับใช้ที่ครอบคลุมกิจกรรมในการดำเนินธุรกิจของ บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด และบริษัทย่อย รวมถึงการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้อง (การควบรวม การเข้าซื้อกิจการ และกิจการร่วมค้า) ทั้งนี้เพื่อให้มั่นใจว่านโยบายด้านสิทธิมนุษยชนสอดคล้องกับหลักปฏิบัติของบริษัท อีกทั้งเป็นไปตามข้อบังคับและกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสอดคล้องกับหลักสากลด้านสิทธิมนุษยชนอื่นๆ ด้วย
    • ระบุและประเมินความเสี่ยง ผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนทุก 3 ปี เพื่อให้ได้มาซึ่งประเด็นความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญที่มิตรผลจำเป็นต้องมีมาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบและป้องกันความเสี่ยงที่อาจขึ้นทั้งในปัจจุบันและในอนาคต โดยในปี พ.ศ.2567 ได้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการระหว่างหน่วยงานภายในเพื่อทบทวนประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางธุรกิจทั้ง 7 กลุ่มธุรกิจของมิตรผลประเทศไทย ซึ่งครอบคลุมทุกกิจกรรมตลอดห่วงโซ่คุณค่าทางธุรกิจและบริษัทย่อย รวมถึงการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้อง (การควบรวม, การเข้าซื้อกิจการ และกิจการร่วมค้า) คิดเป็น ร้อยละ 100 ของพื้นที่ปฏิบัติงานทั้งหมด ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การผลิต การซ่อมบำรุง การก่อสร้าง การจัดเก็บ และการส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการ โดยได้ดำเนินการตรวจสอบทั้งกิจกรรมหลักและกิจกรรมสนับสนุน และพิจารณาครอบคลุมถึงประเด็น การบังคับใช้แรงงาน การค้ามนุษย์ การใช้แรงงานเด็ก เสรีภาพในการสมาคม สิทธิในการรวมตัวและเจรจาต่อรอง การกำหนดค่าตอบแทนที่เป็นธรรม การเลือกปฏิบัติ การคุกคาม และประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ที่อาจส่งผลกระทบต่อกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียของบริษัท พนักงาน พนักงานของบริษัทที่เป็นบุคคลที่สาม และกลุ่มผู้เปราะบาง เช่น เด็ก ผู้หญิง ผู้บกพร่องทางร่างกาย แรงงานต่างด้าว ชุมชนท้องถิ่น เป็นต้น

หมายเหตุ: ในขอบเขตพื้นที่การดำเนินงานของบริษัทฯ ไม่มีชนพื้นเมือง

ขอบเขตการจัดทำการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน

โดยจากการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนทั้งในกิจกรรมทางธุรกิจของบริษัทและกิจกรรมของห่วงโซ่อุปทานของบริษัทในประเทศไทย พบว่ามีพื้นที่ปฏิบัติงาน 12 แห่งจากทั้งหมด 43 แห่ง (คิดเป็นร้อยละ 27.91 ของพื้นที่ปฏิบัติงานทั้งหมด) เป็นพื้นที่ที่มีประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ โดยบริษัทได้ออกมาตรการควบคุมความเสี่ยงในแต่ละด้าน ครอบคลุมร้อยละ 100 ของพื้นที่ที่พบความเสี่ยงทั้งหมด โดยสามารถอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ (Salient Human Rights Issues) ของกลุ่มมิตรผลได้จากรายงานความความยั่งยืนประจำปี 2567

ช่องทางการแจ้งเรื่องร้องเรียน

เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นในการจัดการประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนด้วยความโปร่งใส โดยได้ร่วมมือกับผู้มีส่วนได้เสียเพื่อเฝ้าระวัง ป้องกันและจัดการเหตุการละเมิดสิทธิมนุษยชนได้โดยเร็ว บริษัทจึงได้กำหนดให้มีช่องทางการแจ้งเรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนในทุกรูปแบบ เช่น สิทธิความเท่าเทียม การเลือกปฏิบัติและการล่วงละเมิด สิทธิด้านแรงงาน เป็นต้น โดยให้ความสำคัญกับการเคารพสิทธิของผู้ร้องเรียนและผู้แจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนและจะดำเนินการตอบสนอง สืบสวนข้อเท็จจริงและจัดการข้อร้องเรียนอย่างโปร่งใสภายใต้กรอบระยะเวลาที่กำหนด รวมถึงสื่อสารความคืบหน้าแก่ผู้ร้องเรียนและผู้ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องตลอดกระบวนการจัดการข้อร้องเรียนดังกล่าว และจะพิจารณาแนวทางการเยียวยาอย่างเป็นธรรมและเหมาะสมแก่ผู้ได้รับผลกระทบเป็นรายกรณี โดยผู้แจ้งเหตุสามารถแจ้งเหตุหรือเบาะแสการละเมิดได้โดยไม่ระบุตัวตนผ่านช่องทางที่กำหนด โดยมีหน่วยงานธรรมาภิบาลทำหน้าที่ในการรับและรวบรวมข้อร้องเรียนต่างๆ เพื่อเข้าสู่กระบวนการ ซึ่งผู้มีส่วนได้เสียทั้งภายในและภายนอกของกลุ่มมิตรผล สามารถส่งข้อร้องเรียนโดยตรงผ่านช่องทางต่าง ดังนี้

อีเมล

CG@mitrphol.com

เว็บไซต์บริษัท

www.mitrphol.com/whistleblowing

ไปรษณีย์

หน่วยงานธรรมาภิบาล บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด (สำนักงานใหญ่) เลขที่ 2 อาคารเพลินจิตเซ็นเตอร์ ชั้น 3 ถนนสุขุมวิท คลองเตย กรุงเทพฯ 10110

ช่องทางอื่น

ร้องเรียนผ่านช่องทางอื่นใดที่เหมาะสมและสะดวกสำหรับผู้ร้องเรียน

*รายละเอียดเกี่ยวกับแนวปฎิบัติในการร้องเรียน สามารถดูได้บนเว็บไซต์มิตรผล

การดูแลและเยียวยาผลกระทบ

ในกรณีที่บริษัทได้รับแจ้งเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน บริษัทจะดำเนินการตอบสนองต่อเรื่องดังกล่าวอย่างโปร่งใสตั้งแต่การดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริงและจัดการกับข้อร้องเรียนอย่างเหมาะสม หากภายหลังจากการสืบสวนพบว่าการดำเนินงานของบริษัทมีส่วนก่อให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชน บริษัทจะพิจารณาแนวทางการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบตามความเหมาะสม โดยพิจารณาเป็นรายกรณีตามบริบทของเหตุการณ์หรือกรณีการละเมิดที่เกิดขึ้น สำหรับพนักงานที่มีการกระทำละเมิดสิทธิมนุษยชนทุกรูปแบบ ถือเป็นการกระทำผิดจรรยาบรรณของบริษัท จะได้รับการพิจารณาทางวินัยตามระเบียบบทลงโทษที่บริษัทกำหนดไว้ เช่น การถูกคำสั่งพักงาน การหักค่าจ้าง หรือการเลิกจ้าง และหากการกระทำดังกล่าวผิดกฎหมาย พนักงานอาจได้รับโทษตามกฎหมายเพิ่มเติมด้วย

รางวัลด้านสิทธิมนุษยชน

การดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนต้องมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และเพื่อให้ทราบและเข้าใจถึงแนวปฏิบัติที่ดีในการดำเนินการด้านสิทธิมนุษยชน โดยมีวัตถุประสงค์ในการนำความรู้และประเด็นที่เป็นประโยชน์มาใช้ในการพัฒนาและปรับปรุงการดำเนินการ ดังนั้นกลุ่มมิตรผลจึงได้เข้าร่วมการประเมินต้นแบบต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งจัดโดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 และได้เข้าร่วมมาอย่างต่อเนื่อง โดยในปี พ.ศ.2567 กลุ่มมิตรผลได้รับรางวัลดีเด่นองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน ประจำปี พ.ศ.2567 (Human Rights Awards 2024) ประเภทภาคธุรกิจขนาดใหญ่ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ซึ่งนอกจากจะได้รับรางวัลที่ทรงเกียรติในระดับประเทศแล้ว มิตรผลยังได้รับประโยชน์จากการเข้าร่วมประเมินและข้อเสนอแนะต่างๆ มาใช้ในการพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

รางวัลดีเด่นองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน

บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด ได้รับรางวัลดีเด่นองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน ประจำปี พ.ศ.2567 ประเภทภาคธุรกิจขนาดใหญ่ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 จัดโดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม

นโยบายที่เกี่ยวข้อง

นโยบายด้านสิทธิมนุษยชน